วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วันฉัตรมงคล ๒๕๕๓ และวันคล้านวันบรมราชาภิเษกครบ ๓๐ ปี


ในวโรกาสวันฉัตรมงคลและวันคล้ายวันบรมราชาภิเษกครบ ๖๐ ปี ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพรให้ทรงพระเกษมสำราญในไอศูรย์สิริราชสมบัติ มีพระพลานามัยแข็งแรง สถิตย์เป็นมิ่งขวัญของชนชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

เอล็กซานเดอร์มหาราช

มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ของกรีก นาม เอล็กซานเดอร์มหาราช , ภายหลังจากที่ได้เข้าครอบครอง อาณาจักรน้อยใหญ่มากมาย ก็ได้เดินทัพกลับบ้าน ระหว่างทางท่านได้ล้มป่วยลง และต้องนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานนับเดือน เมื่อความตายกำลังใกล้เข้ามา, เอล็กซานเดอร์ก็ระลึกขึ้นได้ว่า ไม่ว่าชัยชนะที่ได้มา หรือแม้แต่กองทัพอันเกรียงไกร หรือแม้แต่ดาบ อันคมกริบ หรือความมั่งคั่งทั้งหลายที่มีอยู่ หาได้มีประโยชน์อันใดไม่

ท่านได้เรียกให้ขุนพลทั้งหลาย เข้ามาพบและกล่าวว่า ข้าพเจ้าคงจะต้องจากโลกนี้ไปในเร็วๆ นี้ แต่ก่อนที่จะตาย ข้าพเจ้าขอให้ช่วยพวกท่านช่วยเติม เต็มความปรารถนา 3 ประการ ของข้าพเจ้า และอย่าให้ขาดแม้แต่สิ่งเดียว ขุนพลทั้งหลายต่างร้องไห้น้ำตานองหน้า และทุกคนเห็นพ้องกันที่ ะยึดถือและจะทำให้สำเร็จตามคำปรารถนานั้น

- ความปรารถนาข้อแรกของข้าพเจ้า : ข้าพเจ้าขอให้เพียงลำพังแพทย์ผู้ทำการรักษา เป็นผู้แบกโลงศพของข้าพเจ้า
- ความปรารถนาข้อที่สอง : เมื่อแบกโลงศพของข้าพเจ้าไปยังสุสาน เส้นทางที่นำโลงศพไปสู่สุสาน ขอให้โปรยด้วยทองคำ เงิน และอัญมณีต่างๆ ซึ่งข้าพเจ้าได้สะสมไว้ในท้องพระคลัง
- ความปรารถนาข้อที่สาม ซึ่งเป็นข้อสุดท้าย : ขอให้นำมือทั้ง 2 ข้าง ของข้าพเจ้าห้อยไว้ข้างโลงศพ
ผู้คนทั้งหลายที่ได้มารวมกันอยู่ต่างล้วนสงสัยในความปรารถนาของพระราชาของพวกเขา แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยถาม / หนึ่งในขุนพลอันเป็นที่รักยิ่งของกษัตริย์เอล็กซานเดอร์ ได้นำมือของเอล็กซานเดอร์ขึ้นมาจุมพิต และแนบมือนั้นไว้ที่หน้าอก(หัวใจ) ของเขา พร้อมเอ่ยว่า องค์พระราชา... พวกเราพร้อมจะดำเนินการเติมเต็มตาม
ความปรารถนาของพระองค์ เพียงแต่ขอพระองค์โปรดบอกเหตุผลว่า ทำไมพระองค์จึงขอให้ดำเนินการตามความปรารถนาเช่นนั้น
ถึงตอนนี้เอล็กซานเดอร์ ได้ถอนหายใจอยากลึกๆ และกล่าวว่า “ ข้าพเจ้าอยากให้ทั้งโลกได้รู้ไว้เกี่ยวกับ บทเรียน 3 เรื่องซึ่งข้าพเจ้าได้เรียนผ่านมาแล้ว”
- ที่ข้าพเจ้าต้องการให้แพทย์ผู้ทำการรักษาข้าพเจ้า เป็นผู้แบกโลงศพของข้าพเจ้า ก็เพื่อว่า ผู้คนทั้งหลาย จะได้ตระหนักไว้เสมอว่าไม่มีหมอคนได้ที่จะสามารถจะรักษา คนป่วยได้อย่างจริงๆ พวกหมอเหล่านั้นเขาไม่มีพลังอำนาจใดๆ ยื้อชีวิตจากความตายได้ ฉะนั้นขอให้อย่ายื้อชีวิตของใครให้คงอยู่ตลอดไปเลย
- ที่ข้าพเจ้า อยากให้โปรย ทอง เงิน ฯลฯ บนเส้นทางไปสู่สุสาน ก็เพื่อจะบอกผู้คนทั้งหลายว่า ... แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว ของแก้วแหวน เงินทอง ซึ่งข้าพเจ้าหามาได้ข้าพเจ้าก็เอาไปไม่ได้
- และความปรารถนา ข้อสุดท้าย ... ที่ขอให้นำมือทั้ง 2 ข้างของข้าพเจ้า ห้อยไว้ ข้างนอกโลง .. ก็เพื่อว่า ผู้คนจะรู้เอาไว้ว่า ข้าพเจ้ามามือเปล่าในโลกนี้ และข้าพเจ้าก็จากโลกนี้ไปอย่างมือเปล่า

สุดท้ายในคำกล่าวของเอล็กซาน เดอร์ “ ขอให้ฝังข้าพเจ้า, ไม่ต้องสร้างอนุสรณ์สถานใดๆ, ปล่อยให้มือทั้ง 2 ห้อยอยู่ข้างนอกโลง เพื่อที่โลกจะได้รู้ว่า “บุคคลผู้ซึ่งเอาชนะมาแล้วทั้งโลก .... ในที่สุดก็ไม่เหลืออะไรติดมือไปเลย แม้แต่นิดเดียว”

จาก forworded mail

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552

พรปีใหม่ 2553 โดยพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี

พรปีใหม่ 2553 โดยพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี



พลังทั้ง 4 เพื่อความสวัสดีของสังคมไทย

สังคมไทยป่วยด้วยโรค ′การเมืองวิกฤต เศรษฐกิจวิกล คนวิวาท ชาติวิโยค′ มาหลายปี การจะหายจากโรคนี้ได้ คนไทยต้องร่วมกันสร้าง ′พลัง′ แห่งธรรมะ 4 ประการขึ้นมาในใจของแต่ละคน ธรรมะที่จะทำให้สังคมไทยมีพลังทั้ง 4 ประการคือ



1) พลังปัญญา = ลดการใช้ความรู้สึกลง เพิ่มการใช้เหตุผลให้มากขึ้น
2) พลังความเพียร = ลดการพึ่งไสยศาสตร์ลง พึ่งตนเองให้มากขึ้น
3) พลังความสุจริต = ลดการทุจริตลง เพิ่มความซื่อสัตย์โปร่งใสให้มากขึ้น
4) พลังความสามัคคี = ลดการขัดแย้งลง เพิ่มความสามัคคีให้มากขึ้น



ขอความสวัสดีจงมีแก่สรรพชีพ สรรพสัตว์ ในที่ทุกสถานในการทุกเมื่อเทอญ



พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี
ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
สถาบันการศึกษา วิจัย ภาวนา เพื่อสันติภาพโลก

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552



"ขอขอบพระทัยและขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิต พรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด ด้วยถ้อยคำที่เลือกสรรมาจากใจจริง ซึ่งปราถนาดีมุ่งหมายให้ข้าพเจ้ามีความสุข ความสวัสดีด้วยประการต่างๆ ความสุข ความสวัสดีของข้าพเจ้าจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญมั่นคง เป็นปกติสุข ความเจริญมั่นคงทั้งนั้นจะสำเร็จผลเป็นจริงไปได้ ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติ มุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติ รู้ตัว ด้วยปัญญา รู้ผิด และด้วยความสุจริต จริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น

จึงขอให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญอยู่ในสถาบันหลักของประเทศ และชาวไทยทุกคน หมู่เหล่า ทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง แล้วทำตั้งจิต ตั้งใจ ให้เที่ยงตรงหนักแน่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ คือ ชาติ บ้านเมือง อันเป็นถิ่นที่อยู่ที่ทำกินของเรา มีความเจริญ มั่นคง ยั่งยืนไป

ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยสุขสิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคลให้สัมฤทธิผลขึ้นแก่ท่าน ทั่วหน้ากัน"

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
5 ธันวาคม 2552
ในพระราชพิธีออกมหาสมาคมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ถวายพระพรวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒







ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ข้าพระพุทธเจ้าขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย รวมทั้งพระะบรมเดชานุภาพขององค์สมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ เทวานุภาพแห่งองค์พระสยามเทวาธิราช พระหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลพิภพ โปรดอภิบาลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจงมีพระสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ปราศจากพระโรคาพาธทั้งปวง ทรงเจริญพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน สถิตย์เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยสืบต่อไปชั่วกาลนานเทอญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552




"อย่ามัวแต่ห่วงว่าเขาจะตอบแทนไม่คุ้มกับความดีที่เราทำแก่เขา เพราะความดีของเราถ้าดีจริงย่อมยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะตอบแทนให้คุ้มกันได้หลายเท่าตัวนัก"

พุทธทาสภิกขุ

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

เอกสารประกอบการบรรยาย

หลักจริยธรรม

Download Now

พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทุจริต 1

Download Now

พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทุจริต 2

Download Now

จริยธรรมวิชาชีพ

Download Now

การพัฒนาจริยธรรม

Download Now